ถ้าหากสังเกตจะรู้ได้เลยว่า หลังจากสถานการณ์ Covid-19 ทางแบรนด์เนมต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมาก และมีการขึ้นราคาปีละ 1-3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ แต่เมื่อมองมาที่ปัจจุบัน คนส่วนมาก มากกว่า 50% มีอัตราการซื้อแบรนด์เนมที่ลดลง และสินค้าต่างๆไม่มีการขึ้นราคาเหมือนอย่างที่ผ่านมา
สาเหตุเป็นเพราะ…
สาเหตุที่ทำให้คนซื้อแบรนด์เนมลดลง
1. มีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและค่านิยม
ในอดีต, แบรนด์เนมมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของสถานะและความสำเร็จ แต่ในปัจจุบันคนเริ่มให้ความสำคัญกับค่านิยมที่แตกต่างออกไป เช่น การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (sustainability) และการแสดงออกถึงตัวตนมากกว่าการซื้อสินค้าที่มีราคาแพงเพียงเพื่อแสดงสถานะ
รวมถึงคนรุ่นใหม่มักจะมองหาความเชื่อมโยงที่มีความหมายกับสินค้า แทนที่จะซื้อสินค้าเพื่อให้สังคมมองว่าเป็นคนมีฐานะ เพราะกระเป๋าหนังก็เป็นหนังเหมือนกัน แต่ตัวแบรนด์มีคุณค่าอะไรมากกว่าแบรนด์? หากให้คำตอบตรงนี้ไม่ได้ การที่คนรุ่นใหม่จะตัดสินใจนำเงินจำนวนมากมาซื้อ ยังไงก็มีอัตราส่วนที่ลดลงแน่นอน
2. การเพิ่มขึ้นของสินค้าแนวทาง "สตรีทแฟชั่น" และ "โลคัลแบรนด์ (Local Brand)"
สินค้าแฟชั่นแนว “สตรีท” (Streetwear) และแบรนด์ท้องถิ่นที่มีดีไซน์ไม่แพงมากแต่มีความเก๋และน่าสนใจมากขึ้น ทำให้แบรนด์เนมต้องเผชิญการแข่งขันจากแบรนด์ที่มีราคาย่อมเยากว่าแต่ยังคงความเท่และมีความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น
เรียกว่า “ใส่แล้วดูดีกว่า แถมราคาถูกกว่า” แล้วทำไมต้องเสียเงินไปซื้อแบรนด์เนมด้วยล่ะจริงไหมครับ เพราะคิดดูแล้ว การซื้อแบรนด์เนมยังไงก็ดูไม่คุ้มเอาซะเลย
ทำให้หลายแบรนด์ในปัจจุบันได้หันมาใช้แนวทางการทำตลาดที่เน้นคุณค่าทางสังคม และความหลากหลายในการออกแบบ ทำให้ผู้บริโภคเริ่มหันไปสนใจแบรนด์ที่สามารถสะท้อนถึงตัวตนของพวกเขามากกว่า เพราะการใส่แล้วดูมีอะไรที่เก๋กว่า ดูโดดเด่นกว่า ยอมดีกว่าการใส่แบรนด์เนมที่ใครก็ใส่กันอยู่แล้ว
3. การเปลี่ยนแปลงในโลกออนไลน์
การซื้อของออนไลน์ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์เนม แต่ยังคงมีคุณภาพดีและราคาถูกกว่า
และโซเชียลยังช่วยสร้างตัวตนของแบรนด์เล็กๆที่มีทั้งคุณภาพ ราคาถูก แถมสะท้อนตัวตนได้เป็นอย่างดี ใครมองแล้วคลิก รู้สึกเข้ากันอย่างบอกไม่ถูก ยังไงก็ตัดสินใจซื้อของกับทางแบรนด์เล็กๆที่ชอบ มากกว่าแบรนด์ใหญ่ที่ราคาแพง และไม่มีความชอบแน่นอนอยู่แล้ว
4. ความเปลี่ยนแปลงในแนวคิดการบริโภค
ผู้บริโภคเริ่มสนใจการใช้จ่ายที่มีความคิดสร้างสรรค์และคำนึงถึงความยั่งยืนมากขึ้น การที่ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนทำให้แบรนด์เนมบางตัวที่ไม่ปรับตัวต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก
การที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าที่มีคุณค่าทางจริยธรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการทารุณกรรมสัตว์หรือที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เลยทำให้กระเป๋าหนังที่หลายๆแบรนด์นิยมผลิต ได้รับความนิยมลดลงไปตามๆกัน
5. การที่แบรนด์ใหญ่มีการทำตลาดที่เกินขอบเขต
แบรนด์เนมบางแบรนด์ที่เคยมีความหรูหราและเอกลักษณ์กลับมีการทำตลาดมากเกินไปในช่วงหลัง โดยการผลิตสินค้าในจำนวนมากและลดความพิเศษลง ทำให้ความรู้สึกของการเป็นแบรนด์หรูลดลง
ตัวอย่างเช่น, หลายแบรนด์เริ่มทำการผลิตสินค้าราคาเข้าถึงง่ายขึ้นหรือมีโปรโมชั่นลดราคา ซึ่งทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รู้สึกว่าแบรนด์นั้นเป็นสินค้าพิเศษที่มีมูลค่าสูงอีกต่อไป
และเมื่อคุณภาพลดลงเทียบเท่ากับแบรนด์ทั่วไปที่ราคาถูกกว่ากัน 10 เท่า แล้วทำไมผู้บริโภคยังต้องซื้อแบรนด์เนมอีกล่ะ?
6. ราคาที่เพิ่มขึ้น แต่คุณภาพเท่าเดิม
เชื่อว่านอกจากนักเก็งกำไรแล้ว คงไม่มีใครชอบของราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ได้คุณภาพเท่าเดิมแน่นอนครับ เพราะอย่างน้อย ราคาแพงขึ้นกว่าเท่าตัว แต่ได้ของที่มีคุณภาพเท่าเดิม
ซึ่งบางครั้งมีการลดคุณภาพลงด้วย การซื้อแบรนด์เนมก็อาจจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เพราะถ้านำไปซื้อแบรนด์เล็กๆที่มีเอกลักษณ์นอกจากจะได้ความสวยเหมือนกัน ยังมีราคาที่ถูกลงเป็น 10-100 เท่าเลย
ด้วยเหตุผลทั้ง 6 ข้อนี้ทำให้แบรนด์เนมในปัจจุบันเริ่มไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไปครับ นี่ยังไม่ได้พูดถึงเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวลงด้วยนะครับ ก็เรียกว่ากระทบไปตามๆกันครับ
ส่วนใครที่มองหาแบรนด์เนมราคาถูกอาจจะต้องรอสักพักเลยแหละครับ เพราะว่าคงไม่มีแบรนด์ไหนยอมลดราคาของตัวเองลงแน่นอน