10 แบรนด์เนม ที่คนไทยนิยมสูงสุดในปี 2025 โดยอ้างอิงจากข้อมูลยอดขาย รายได้ การเปิดร้านใหม่ในไทย และการไต่ขึ้นของแอมบาสเดอร์ไทย
10 แบรนด์เนมยอดนิยมในไทยปี 2025
Louis Vuitton
- ยอดรายได้ในไทยปี 2023 ราว 15.8 พันล้านบาท
- เปิด “LV The Place Bangkok”– โครงการแฟล็กชิปสโตร์ + คาเฟ่ + สตูดิโอแสดงผลงาน
Chanel
- รายได้รองอันดับสองที่ ~14.4 พันล้านบาท
- ยอดกำไรเป็นอันดับสองในไทย
Hermès
- โตเร็วที่สุดในไทยในปี 2023 รายได้โต ~29%
Dior
- เป็นแบรนด์ระดับโลกแข็งแรงที่สุดในปี 2025
- เปิด “Dior Gold House” แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กรุงเทพฯ
Porsche
- แบรนด์รถหรูที่ติดอันดับสูงสุดระดับโลก (อันดับ 1 ตาม Brand Finance)
- เข้ามาลงทุนตลาดไทยอย่างจริงจัง
Rolex
- แบรนด์นาฬิกาหรู ได้อันดับสูงและมีส่วนแบ่งตลาดในไทย
Gucci
- แบรนด์หลักของกลุ่ม Kering ที่เติบโตในไทย
Cartier
- แบรนด์จิวเวลรี่ระดับตำนาน ได้รับการยกย่องเช่นเดียวกับโลคัล ambassador ไทย
Prada
- อีกแบรนด์จากกลุ่ม Kering ที่มีสถานะแข็งแรงในไทย
Bvlgari
- ในปี 2024 Bvlgari เปิด ร้าน Pop‑up แห่งแรกในภูเก็ต ภายใต้การออกแบบหรูหรา ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และคนไทยที่ชื่นชอบงานดีไซน์อิตาเลียน
- รายงาน Nielsen ครึ่งปีแรก 2024 (H1) ระบุว่า Bvlgari ติดอันดับ 5 ของแบรนด์หรูที่ทุ่มงบโฆษณามากสุดในไทย
จุดขายของแต่ละแบรนด์
1.Louis Vuitton
- จุดขาย: “ลายโมโนแกรม” และวัสดุแคนวาสเฉพาะตัว
- กันน้ำ กันรอยขีดข่วน ทนต่อการใช้งานระยะยาว
- สินค้าเป็น investment piece (มูลค่าไม่ตกง่าย)
- มีไอเท็มสะสมที่ออกแบบโดยศิลปินระดับโลก
2.Chanel
- จุดขาย: “ความคลาสสิกเหนือกาลเวลา”
- กระเป๋า Chanel Classic Flap ใช้หนังลูกวัว/หนังแกะคุณภาพสูง
- มีการ “ขึ้นราคา” เป็นประจำ ทำให้ของ Chanel เป็นทรัพย์สินลงทุนได้
- ใช้เทคนิคเย็บมือและวัสดุระดับ Haute Couture
3.Hermès
- จุดขาย: “หัตถศิลป์ระดับสูงที่สุดในโลกแฟชั่น”
- กระเป๋าทุกใบ เช่น Birkin / Kelly ทำด้วยมือทั้งใบ ใช้ช่างฝีมือฝึกงานกว่า 3 ปี
- หนังวัวแท้ หนังจระเข้ หนังนกกระจอกเทศ คัดเกรดพิเศษ
- สินค้ามี “ระบบเข้าถึง” ต้องมีประวัติการซื้อถึงจะได้กระเป๋า = Rare Item
4.Dior
- จุดขาย: ดีไซน์หรู + วัสดุผ้า Jacquard/หนังลูกวัวนิ่มพิเศษ
- กระเป๋า Lady Dior และ Book Tote ใช้เทคนิคปัก/ทอมือ
- เป็นแบรนด์ที่ “เฟมินีน” มากที่สุด และมีงานศิลป์ร่วมสมัย
- สินค้ามักมาพร้อม limited edition และ seasonal drops
5.Porsche
- จุดขาย: “รถสปอร์ตหรูสมรรถนะสูง + ดีไซน์อมตะ”
- เครื่องยนต์ Boxer และเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อที่เสถียร
- การออกแบบผสานระหว่างความหรูหราและประสิทธิภาพ (Performance x Luxury)
- มูลค่ารถไม่ตกง่าย / เป็นทรัพย์สินสะส
6.Rolex
- จุดขาย: นาฬิกาอัตโนมัติสุดแม่นยำ + เป็นที่ยอมรับระดับโลก
- ผลิตในสวิสทั้งหมด ใช้กลไก in-house
- ตัวเรือนใช้ เหล็ก 904L (แข็งแรงกว่าสแตนเลสทั่วไป)
- นาฬิกามีมูลค่าเพิ่มและสามารถเก็งกำไรได้
7.Gucci
- จุดขาย: แฟชั่นหลุดกรอบ + ดีไซน์จัดจ้าน ทันสมัย
- ใช้ลาย GG + ลายงู + ลายเสือ มาสร้างตัวตนแบรนด์
- มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่กระเป๋า รองเท้า ไปจนถึงเสื้อผ้าหรู
- เหมาะกับวัยรุ่น – วัยทำงานที่ชอบแฟชั่นไม่ซ้ำใคร
8.Cartier
- จุดขาย: จิวเวลรี่หรู + ดีไซน์เรียบหรูที่มีความหมาย
- แหวน Love, สร้อย Juste Un Clou = ไอคอนของความรัก/อิสระ
- ใช้ทองคำแท้ / เพชรคุณภาพสูง คัดเกรด
- เป็นของขวัญยอดนิยมสำหรับคู่รัก, มงคล, หรือการเฉลิมฉลอง
9.Prada
- จุดขาย: ใช้วัสดุ “Nylon Saffiano” ที่ทนทานสูง กันน้ำ กันรอยขีดข่วน
- เป็นผู้นำการออกแบบแฟชั่นล้ำสมัย + แนวคิดมินิมอลอิตาเลียน
- ผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบใหม่ + practical ใช้ได้จริง
- เหมาะกับคนที่อยากหรูแบบไม่เว่อร์
10.Bvlgari
- จุดขาย: จิวเวลรี่หรูระดับอิตาลี + กลิ่นน้ำหอมขายดีทั่วโลก
- ลาย Serpenti (งู) เป็นเอกลักษณ์แห่งพลังหญิง
- ใช้หินสีแท้ / เพชรแท้ / การฝังมือแบบอิตาลีแท้
- น้ำหอม Bvlgari Omnia, Aqua มีฐานแฟนไทยจำนวนมาก
สรุป
- Top 3 ได้แก่ Louis Vuitton, Chanel, Hermès
- แบรนด์ด้านหรูอื่นๆ เช่น Dior, Porsche, Rolex, Gucci, Cartier, Prada
- เหล่านี้คือแบรนด์ที่คนไทยนิยมใช้ และแบรนด์หรูระดับโลกวางใจเลือกไทยเป็นฐานตลาดสำคัญ
ใครกำลังเลือกซื้อแบรนด์สุดฮิตทั้ง 10 อยู่ก็สามารถเข้าไปซื้อได้ที่ช็อปจะได้ไม่เจอของปลอมที่ต้องมาลุ้นเหมือนหวยไวนะครับ
Comments are closed