สำหรับใครที่กำลังเริ่มมี “เงินเหลือ” ต้องเน้นย้ำว่าเป็นเงินเหลือๆที่มากพอจะเอามาซื้อเบรนด์เนมรุ่นคลาสสิกนะครับ ไม่ใช่กำลังมีเงินเก็บก็เอาเงินเก็บทั้งหมดมาซื้อนะ ต้องเป็นเงินเหลือเท่านั้น ไม่งั้นไม่มีทางเติบโตได้เลยนะครับในอนาคต
กลับมาเรื่องของเบรนด์เนมกันดีกว่าใครที่มีเงินเหลือมากพอจะใช้จ่ายซื้อกระเป๋าใบแรกให้ตัวเองได้แล้ว ขอแนะนำให้ทั้งของคุณผู้หญิง และ คุณผู้ชายในราคาไม่เกิน 100,000 บาทในปี 2025 กันครับ รับรองว่ามีแล้วเหมือนถูกหวยไวในชีวิตแน่นอน
กระเป๋าสำหรับผู้หญิง (Beginner's Classics)
รุ่นกระเป๋า | ราคา Shop ไทยโดยประมาณ | หมายเหตุ |
Louis Vuitton Speedy 25 / 30 | 58,000 – 62,000.- | ถ้ารุ่น Bandoulière (มีสายสะพาย) จะประมาณ 8x,xxx.- |
Gucci Horsebit 1955 | 48,000 – 110,000.- | ไซส์ Mini เริ่มที่ 4x,xxx.- ส่วนไซส์ Small (ยอดฮิต) ประมาณแสนต้นๆ |
Celine Belt Bag (Nano / Micro) | 81,000 – 93,000.- | ไซส์ Nano เป็นขนาดที่นิยมที่สุดและคุ้มค่าต่อการใช้งาน |
Prada Re-Edition 2005 (Nylon) | 48,000 – 73,000.- | รุ่น Mini (Hobo) ราคาประหยัดกว่า รุ่นที่มีสาย Crossbody จะแพงกว่า |
กระเป๋าสำหรับผู้ชาย (Men's Essentials)
รุ่นกระเป๋า | ราคา Shop ไทยโดยประมาณ | หมายเหตุ |
Louis Vuitton Keepall 45 / 50 | 97,000 – 120,000.- | ราคาขึ้นอยู่กับวัสดุ (Canvas จะถูกกว่าหนังแท้) |
Prada Nylon Backpack | 75,000 – 85,000.- | ความทนทานสูงมาก เป็นการลงทุนที่ใช้ได้นานหลายปี |
Goyard Saint Louis (PM / GM) | 65,000 – 78,000.- | ราคาในไทยมักสูงกว่ายุโรป และสีพิเศษจะแพงกว่าสีคลาสสิก |
ข้อสังเกตเพิ่มเติมเรื่องราคา
- Price Increase: แบรนด์อย่าง Louis Vuitton และ Gucci มักจะมีการปรับราคาขึ้นแทบทุกปี (ประมาณ 3-10%) ดังนั้นการซื้อเร็วคือการ “ได้ราคาที่ดีที่สุด” ครับ
- มือสอง (Resale): หากงบประมาณจำกัด รุ่นคลาสสิกเหล่านี้ในตลาดมือสองสภาพดี (Like New) มักจะลดลงจากราคา Shop ประมาณ 20-40% ยกเว้นบางรุ่นที่หายากราคาอาจจะใกล้เคียงของใหม่ครับ
- Tax Refund: หากมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ (โดยเฉพาะแถบยุโรป) คุณจะได้คืนภาษีประมาณ 10-12% ซึ่งจะทำให้ประหยัดไปได้หลายหมื่นบาทเลยทีเดียว
Comments are closed